| |
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการจดโดเมนเนม |
|
หลายท่านอาจจะรู้และคุ้นเคยกับความหมายของโดเมนเนมอยู่แล้วว่าคืออะไร
ใช้ทำอะไร และสำคัญอย่างไร แต่อาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโดเมนเนม
และอยากจะรู้ว่าจริงๆ แล้วโดเมนเนมที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร
เมื่อไหร่ และใครเป็นคนต้นคิด รวมทั้งพัฒนาการซึ่งต่อยอดจนทำให้เกิด
ICANN และการเปิดเสรีโดเมนเนมในปัจจุบัน เนื่องจาก DomainAtCost.com
เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับโดเมนเนม และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเราที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเผยแพร่ความรู้ให้กับชาวเน็ต
วันนี้ผมจึงขออาสาพาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปพบกับเรื่องราวของโดเมนเนม..
ตามผมมาเลยครับ
โดเมนเนมหรือชื่อโดเมนนั้น เกิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ในการที่จะให้ผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายสามารถที่จะเข้าถึงหรือเรียกไปยังโฮสต์ที่ต้องการได้โดยใช้ชื่อที่สามารถจดจำได้ง่ายแทนที่จะเป็นชุดของตัวเลขซึ่งยากแก่การจดจำและไม่สะดวกที่จะพูด
แต่ก่อนที่ผมจะพาคุณไปสู่เรื่องราวของโดเมนเนม เพื่อให้คุณสามารถประติดประต่อเหตุการณ์ต่างๆ
ได้ง่ายขึ้น ผมจะขอพาคุณแวะไปดูเรื่องราวเครือข่ายที่เป็นที่มาของโดเมนเนมที่เราเรียกกันว่า
Internet
เนื่องจากโดเมนเนมถูกจดมากขึ้นทุกๆ วัน กว่า 40,000 ชื่อ ดังนั้นการที่จะหาชื่อโดเมนเนมดีๆ
ซักชื่อก็ยากตามไปด้วย กฎ 5 ข้อตรงนี้ จะช่วยคุณหาชื่อใหม่ที่ดีได้ง่ายๆ
แต่ก็ต้องจำไว้ด้วยว่าชื่อใหม่ของคุณนี้อาจจะไม่ฮ็อตติดปากชาวเน็ตก็ได้
แม้ว่าคุณจะทำตามกฎทุกๆ ข้ออย่างพิถีพิถันแล้วก็ตาม
อาจจะดีกว่า ถ้าคุณจะใช้กฎทั้ง 5 ข้อนี้เป็นแค่แนวทาง แต่ถ้าคุณอยากฝ่ากฎซักข้อออกไป
ถ้าให้ผมเดา ชื่อใหม่ของคุณคงจะไม่อยู่ในโพยที่ติดกลุ่มตลาดแน่ เอาละครับ..
ลองมาเริ่มอ่านกฎซักข้อ แล้วหาโดเมนเนมที่คุณฝันไว้กันเลยดีกว่า ขอให้โชคดีนะครับ
1. หลีกเลี่ยงสำนวนหรือคำพ้อง
2. ถ้าจะลงทุน ก็ขอให้คิดอย่างนักลงทุน
3. ถ้าจะต้องจด ก็ต้องเลือกให้หมด
4. อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน
5. อย่ารีบร้อน แต่ก็อย่านอนใจ
1. หลีกเลี่ยงสำนวนหรือคำพ้อง
ชื่อหรือคำพูดตลกๆ อ่านจะฟังดูน่าสนใจถ้าคุณได้ยินเป็นครั้งแรกจากเพื่อนหรือในวงเหล้า
และอาจจะยังให้ความรู้สึกดีๆ อยู่ถ้าคุณได้เห็นหรือได้ยินเป็นครั้งที่สองตอนนั่งรถ
TAXI กลับบ้าน แต่เรื่องตลกเรื่องเดียวกันจะทำให้คุณรู้สึกแย่เอามากๆ
ถ้าไปถึงที่ทำงานเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วได้ยินมันอีก แล้วมันก็จะแย่ลงเรื่อยๆ
เพราะเสียงของมันจะตามมาหลอกหลอนคุณไปไม่รู้จบตราบเท่าที่คุณยังจำมันได้
โดเมนเนมหลายชื่อโด่งดังมาจากการตั้งชื่อโดยใช้คำพ้องต่างๆ เช่น "2"
แทน "TO" หรือ "4" แทน "FOR" หรืออาจเป็น "U" แทน "YOU" ขณะเดียวกันก็มีโดเมนเนมอีกเป็นโหลๆ
ที่กำลังแปรขบวนดาหน้าเข้ามาแข่งขันในสนามเดียวกัน ผมหรือคุณเองก็คงไม่มีสิทธิที่จะไปตัดสินการทำตามกันในเรื่องนี้
แต่ถ้าคุณจะจดชื่อทำนองนี้ ก็ขอให้มองยาวๆ อย่าลืมนึกถึงความรู้สึกของลูกค้าของคุณที่จะต้องเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณโดยพิมพ์แก๊กตลกๆ
นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยนะครับ
2. ถ้าจะลงทุน ก็ขอให้คิดอย่างนักลงทุน
ชื่อโดเมนเนมที่จะประสบความสำเร็จ จะมีคุณสมบัติที่สามารถแยกตัวเองออกมาให้โดดเด่นและแตกต่างจากโดเมนเนมอื่นๆ
ที่อยู่รายล้อม ก่อนที่จะประกาศตัวออกสู่ความยิ่งใหญ่บนโลกอินเตอร์เน็ต
ข้างล่างนี้อาจเป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับชื่อใหม่ของคุณ
- มองกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
พยายามตั้งชื่อที่เฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายของคุณ ขณะเดียวกันก็จะต้องใช้ได้กว้างและติดตลาดได้ง่าย
คุณอาจเริ่มจากการจำแนกประเภทธุรกิจให้เล็กลงเรื่อยๆ แล้วมองหาชื่อโดเมนเนมที่จะสามารถกระตุ้นความสนใจหรือทำให้เกิดความประทับใจต่อธุรกิจเหล่านั้น
อย่างเช่นในกลุ่มเดินทางท่องเที่ยว ก็อาจเป็นชื่อ "holidayweb.com" และถ้าจะเปิดรับพวก
Hacker ก็อาจเป็นชื่อ "cyberpunk.com" หรือ "cryptofascist.com" ก็ได้ถ้าคุณชอบ
- ตามกระแส.. หรือไม่ก็สร้างกระแสมันซะเลย
ถ้าคุณค่อนข้างจะซีเรียสในการตั้งชื่อโดเมนเนม ก็คงต้องพยายามแล้วก็ตามกระแสนวัตกรรมของอินเตอร์เน็ต
มีเว็บไซต์เป็นพันที่จะให้ข้อมูลพัฒนาการล่าสุดให้กับคุณ.. ลองใช้มัน
หรือแม้แต่ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันก็อาจช่วยสร้างไอเดียดีๆ ให้คุณได้
และก็ขอให้จำไว้อย่างว่าการจับกระแสคลื่นที่มาถึงตัวคุณแล้วขึ้นไปพิชิตมันได้นั้นเป็นเรื่องสุดยอด
แต่จะยิ่งเยี่ยมถ้าคุณมองเห็นลูกต่อไป
- ทำตามความคิดของคุณ
จินตนาการบางครั้งก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ทางตรรกะได้ลำบาก ดังนั้นถ้าคุณคิดไอเดียแจ๋วๆ
ได้ในขณะที่คนรอบตัวคุณยังมองไม่เห็นศักยภาพของมัน ก็ขอให้จดมันเลย อย่าลังเล
เว้นแต่ชื่อที่คุณคิดได้จะอยู่ภายใต้กฎข้อที่ 1
3. ถ้าจะต้องจด ก็ต้องเลือกให้หมด
กฎข้อนี้มีไว้สำหรับนักลงทุนที่มีสายป่านค่อนข้างยาวเท่านั้น ที่เหลือไม่ขอแนะนำ
ให้ข้ามไปอ่านข้อต่อไปได้เลยครับ
คุณต้องตรวจสอบว่าชื่อโดเมนเนมของคุณสามารถใช้ได้ทั้งลักษณะของเอกพจน์และพหูพจน์หรือไม่
ซึ่งถ้าหากจะต้องมีทั้งเติม "S" และไม่เติม "S" คุณก็จะต้องจดทั้ง 2
ชื่อ ต่อมาก็จะต้องดูว่าชื่อของคุณมีหลายพยางค์หรือเปล่า ซึ่งถ้ามีก็ต้องจดเป็นแบบที่มี
"-" คั่นด้วย (ถ้ายังจำกันได้ Mark&Spencer เคย suffer มาแล้ว จากการจดชื่อ
mark-and-spencer.com โดยลืมจดชื่อ markandspencer.com ทำให้ถูกพวก squatter
ไปจดมาขายจนมีคดีฟ้องร้องกันมาแล้ว)
ใช้พจนานุกรมและความคิดของคุณอีกเล็กน้อยลองหาคำอื่นที่มีความหมายเหมือนกัน
ซึ่งถ้าเอามาใช้แทนก็จะ work ได้ เช่น ถ้าคุณจดคำว่า "money" ไว้แล้ว
ก็น่าจะลองพิจารณาคำว่า "cash" "credit" หรือ "finance" ดู
ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันพวก squatter น่ะครับ เพราะมีคดีความกันมามาก
ซึ่งคุณก็จะต้องสู้อย่างถวายหัวใช้มั๊ยครับถ้าหากมีใครจดชื่อเว็บไซต์คล้ายๆ
คุณแล้วเอามาใช้ผิดที่ผิดทางให้เกิดความเข้าใจผิด (whitehouse.com ถูกจดมาทำเป็นเว็บไซต์ลามก
นี่เป็นคดีตัวอย่างเลย แม้ว่าจะเป็นคนละชื่อกับ whitehouse.gov ของทำเนียบขาวก็เถอะ
แต่คุณเองก็คงเห็นเหมือนกันว่าจนถึงตอนนี้เว็บนี้ก็ยังอยู่) คุณเองก็คงไม่อยากเสียเงินเสียทองและเสียเวลาไปขึ้นโรงขึ้นศาล
ไหนจะเรื่องการสร้างชื่อเสียงคืนมาอีก ดังนั้นถ้าพอมีสตางค์ก็ ล้อมคอกเถอะครับ..
ก่อนที่วัวจะหาย
4. อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน
squatter หลายคนร่ำรวยจากการมองหาชื่อที่คล้ายคลึงกับโดเมนเนมดังๆ หรือถ้ามีคนจดชื่อ
.com ไปแล้วก็จะไปจด .net และ .org หรือแม้แต่ sub-domain อื่นๆ ในประเทศที่ธุรกิจนั้นทำอยู่
กฎข้อนี้ไม่มีอะไรนอกไปจากต้องการจะเตือนคุณที่บางครั้งอาจมองเห็นโอกาสจากชื่อโดเมนเนมของคนอื่น
มองข้ามมันไปเถอะ มันไม่คุ้มที่จะทำหรอกครับ
5. อย่ารีบร้อน แต่ก็อย่านอนใจ
อย่ารีบร้อนที่จะจดชื่อแรกที่คุณคิดขึ้นมาได้ ลองมองหาชื่ออื่น แล้วหาเวลาคุยหรือถามความเห็นจากเพื่อนหรือคนใกล้ตัวของคุณ
แม้ว่าชื่อที่คุณตั้งใจจะจดจะมีโอกาสที่จะถูกจดไปก่อน แต่มันคุ้มค่ากับเงินที่คุณจะต้องจ่ายไปหากคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ในภายหลัง
ซึ่งชื่อเดิมของคุณก็อาจจะไม่เหลือค่าอะไรนอกจากเป็นหนี้ชิ้นนึงที่คุณต้องจ่าย
แต่ขณะเดียวกันก็อย่าจมอยู่กับความคิดดีๆ ตลอดไป เพราะบนโลกอินเตอร์เน็ต..
เวลามีค่าที่สุด!!
|
|
ความรู้ในการเช่าและเลือก
Hosting |
|
หากคุณจะเช่าเวปโฮสต์เพื่อจดทะเบียนเป็น .com สักอันหนึ่ง เช่น www.yourname.com
คุณจะเลือกสิ่งใดเป็นสิ่งแรก ราคาหนึ่ง, ความเร็วสอง, และอย่างที่สามคืออะไรล่ะครับ....
ตัวเลือกที่ 3 ที่ผมดูก็คือ ตัวเลือกของ server และตัวเลือก 4 ก็๋คือการรองรับ
CGI (และพวก ASP) สองตัวเลือกนี้ ผมดูไปพร้อม ๆ กัน และต้องการให้เป็น
NT เพื่อการอัพเดทที่ง่าย สําหรับการแก้ไข cgi ที่ไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก
(unix จะมีการเปลี่ยนโหมดและเปลี่ยนรหัสบางตัวของไฟล์ แต่ NT อัพโหลดแล้วก็ทดสอบได้)
ซึ่งถ้าในระดับของพวกเรา ๆ ทั้งหลายอย่าง thaidev เป็นต้น ที่จะต้อง
online กันทางโมเด็ม และแก้ไขโฮมเพจ คงจะลําบากแน่ถ้าจะใช้ server แบบ
unix ถ้าเราไม่มี unix เช่น linux ติดตั้งเอาไว้ที่บ้าน อย่างน้อยเราจะต้องรู้วิธีและเทคนิคนิด
ๆ หน่อย ๆ เพื่อให้การแก้ไข cgi และทดสอบเป็นไปได้ง่ายขึ้นครับ เพราะการเขียน
cgi ใน unix จะมีการปรับแต่งอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ
เป็นที่ถกเถียงกันถึงความสะดวกหรือความง่ายในการที่จะเลือกใช้ server
ที่เป็น NT หรือ UNIX ที่มีหลายท่าน ต่างให้เหตุผลว่า unix ดีกว่า NT
หรือ NT ดีกว่า unix เพราะเมื่อคุณกําลังหาเช่าพื้นที่ทําโฮมเพจ คุณจะเห็นตัวเลือกมากมาย
รวมทั้งตัวเลือกของ server ด้วยว่าต้องการให้ server เป็น NT หรือ unix
และบางครั้ง คุณอาจจะได้รับเหตุผลที่ว่า ความเป็นเสถียรภาพและความสามารถบางอย่างที่อีกฝ่ายนึงไม่มี
เช่น UNIX ไม่สามารถรัน Active Server Page ได้ เป็นต้น
ถ้าเรามองกันในแง่ของความสะดวกในการแก้ไขและทดสอบตัวโปรแกรมพวก CGI (ในอนาคตที่อาจจะต้องเพิ่มขึ้น)
รวมไปถึงความเหมาะสมกับสภาพการทํางานของเราในความเป็นจริงล่ะครับ เป็นที่น่านํามาพิจารณาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
***** กรณีศึกษา *****
ถ้าเกิดผมเป็นนักเล่นเน็ตคนหนึ่ง ที่ต้องการมีเวปไซต์จดทะเบียนเป็น .com
ผมตระเวนหามาเยอะแยะไม่ว่าจะเป็นที่ให้เช้าในประเทศ และนอกประเทศ หลายที่
น่าสนใจมาก ผมหาตัวเลือกที่ผมต้องการดังนี้
เร็วและราคา เหมาะสมกันมั้ย server เป็น NT และใช้ cgi ได้มั้ย ตัวเลือกที่
1 เป็นตัวเลือกที่ทุกท่านต้องการ เพื่อให้ website มีผู้คนมาเข้าชมได้มาก
และรวดเร็ว แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับการจัดการเวปไซต์ของเราด้วย ถ้าหน้าแรก
เล่นใส่เสียง ใส่ตาราง ใส่เฟอร์นิเจอร์เพียบ คนจะเข้าก็ไม่อยากรอหรอกครับ
สําหรับตัวเลือก 2 ผมเลือกเป็น NT เพราะสภาพการทํางานของตัวผมเอง ที่พิจารณาแล้วเห็นว่า
นี้คือดีที่สุดในตอนนี้ เพราะผมจะต้อง online โดยใช้โมเด็มในการ ftp
ไฟล์โฮมเพจ ไปยัง server เวลาในการ upload อยากให้เป็นเวลาสําหรับ upload
ข้อมูลเท่านั้น ซึ่งการทดสอบ เราสามารถทําได้ที่เครื่องของเราเอง
ผมเคยทดสอบ cgi และ homepage กับ server ที่เป็น unix ซึ่งจะพบปัญหาอย่างหนึ่งในการ
upload คือ การใช้ตัวอักษรใน unix นั้น จะต้องพิมพ์ให้ตรงกัน เช่น INDEX.HTML
กับ index.html จะต่างกันครับ เพราะฉะนั้น ผมเคย upload ไฟล์ Index.html
จาก windows95 ของผมไปยัง server ที่เป็น unix ปรากฏว่าเปิดไม่ได้ เพราะตัวอักษร
I ตัวแรกของ index.html นั้นเป็นตัวใหญ่ มันเลยไม่สามารถเปิดโฮมเพจได้
จึงต้องมีการแก้ไขกันยกใหญ่ ซึ่งแรกๆ ไม่รู้ก็ต้อง telnet เข้าไปที่โฮสต์เปลี่ยนจาก
Index.html เป็น index.html แทน
แต่เราก็แก้ไขปัญหานี้ได้ง่าย ๆ โดยการกําหนดที่โปรแกรม ftp ให้ upload
โดยกําหนดให้เป็นไฟล์อักษรตัวเล็กหมด เช่นในโปรแกรม Ftp Explorer ที่สามารถ
upload ให้เป็นอักษรตัวเล็กได้ทั้งหมด และโปรแกรม ftp ตัวอื่น ๆ
อย่าเพิ่งลมเสียนะครับ ไม่ได้โจมตีว่า server ที่เป็น unix ไม่ดีนะครับ
ผมชี้ให้เห็นถึงเหตุผลและความเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สูงสุด
ลองอ่านดูก่อนนะครับ ถ้าเราเข้าอินเตอร์เน็ตได้จากองค์กรที่ใช้สาย leased
line โดยไม่ต้องใช้โมเด็มหมุนเข้า เป็นโอกาสอันดีที่จะใช้ตัวเลือก unix
เป็น server เหมือนกัน แต่สถาพของเราตอนนี้ เราต้อง online กันโดยใช้โมเด็ม
ลองดูสิครับ ผมเองก็มีวิธีง่าย ๆ ในการอัพเดทโฮมเพจแบบเร็ว ๆ เหมือนกัน
ก็คือ การจําลองเครื่องเป็น server โดยไม่ต้อง online คือ ทดสอบที่เครื่องตัวเอง
จากนั้นก็ upload ครับ ก็ง่ายไปอีกแบบ เพราะฉะนั้น เลือก server ให้ตรงกับสภาพการทํางาน
จะทําให้เราสามารถใช้มันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
|
|
บทความ การจดโดเมนเนม โดย คุณ สรพงษ์ อุนนาภิรักษ์
|
|
บทความ การเลือกบริการ Hosting โดย Thaidev.com
|
|