ตัวแปรและคำสั่งพื้นฐาน

การเขียน PHP Script เริ่มต้นกับ HTML นั้น สามารถทำได้ 5 วิธี ดังนี้

1. <? echo ("Hello Everybody"); ?>

2. <?php echo("Hello Everybody"); ?>

3. <script language="php">
         echo ("Hello Everybody");
   </script>

4. <% echo ("Hello Everybody"); %>

5. <%= $variable; %>
หมายเหตุ :
          ข้อ 4 และ ข้อ 5 จะต้องทำการแก้ไขไฟล์ php.ini เสียก่อน โดยให้ asp_tags มีค่าเป็น On
จากนั้นท่านถึงจะเขียน Script ให้อยู่ในรูปแบบของ ข้อ 4 และ ข้อ 5 ได้

ทำความรู้จักกับ Types, Constant และ Variables
TYPES หรือ ชนิดของข้อมูล ใน PHP มีดังนี้

Integers เก็บข้อมูลตัวเลขจำนวนเต็ม เช่น 452, -254
Floating point numbers เก็บข้อมูลตัวเลขที่มีทศนิยม เช่น 142.52
Strings เก็บข้อมูลตัวอักษร ข้อความ เช่น "Hello", "ThaiiQ", "258"
Arrays เก็บข้อมูลชุด กลุ่มสมาชิก
Objects เก็บข้อมูลในลักษณะของการเรียกใช้เป็น Class Object หรือ Function
Type juggling เก็บข้อมูลในลักษณะเฉพาะ

ตัวอย่างการใช้งาน Integer
$a = 1234; # Example 1
$a = -123; # Example 2
$a = 0123; # Example 3
$a = 0x12; # Example 4

Integer สามารถเขียนให้อยู่ในรูปของเลขฐานได้ 3 ฐาน คือ ฐาน 10, ฐาน 8, และ ฐาน . 16 ดังนี้
     - ฐาน 10 ก็คือตัวเลขธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป
     - ฐาน 8 ก็จะมีเลขตั้งแต่ 0-7 การเขียนเลขฐาน 8 จะใช้ 0 นำหน้าตัวเลข ดังตัวอย่างที่ 3
เลขฐาน 8 ค่า 0123 จะเท่ากับ ค่า 83 ในเลขฐาน 10
     - ฐาน 16 ก็จะมีเลขตั้งแต่ 0-9 และใช้อักษร A-F แทนตัวเลข 10-15 การเขียนเลขฐาน 16
จะใช้ 0x นำหน้า ดังตัวอย่างที่ 4 เลขฐาน 16 ค่า 12 จะเท่ากับ ค่า 18 ในเลขฐาน 10

ตัวอย่างการใช้งาน Floating point numbers
$a = 1.234; # Example 1
$a = 1.2e3; # Example 2

จะประกอบไปด้วย ตัวเลข จำนวนทศนิยม และ ตัวเลขยกกำลัง
ดังตัวอย่างที่ 2 ค่า 1.2e3 อ่านว่า 1.2 คูณ 10 ยกกำลัง 3

ตัวอย่างการใช้งาน Strings
     ใช้ในการเก็บข้อมูลที่เป็นค่าคงที่ เช่น ข้อความต่าง ๆ ในการกำหนดข้อมูลประเภท Strings นั้น
จะมีรหัสควบคุมดังนี้

\n ใช้สำหรับขึ้นบรรทัดใหม่
\r Carriage ใช้สำหรับให้ตัว Cursor ไปอยู่ที่ต้นของบรรทัด
\t ใช้ในการเลื่อน Tab
\\ ใช้ในการพิมพ์เครื่องหมาย \ (Backslash)
\$ ใช้ในการพิมพ์เครื่องหมาย $ (Dollar Sign)
\" ใช้ในการพิมพ์เครื่องหมาย " (Double-Quote)
\[0-7]{1,3} ใช้สำหรับเลขฐาน 8
\x[0-9A-Fa-f]{1,2} ใช้สำหรับเลขฐาน 16


Example 1
$a = "ThaiiQ";
$b = $a . " Sawassdee";
echo "$b";
ตัวอย่างที่ 1 กำหนดให้ตัวแปร a เก็บข้อความ ThaiiQ และ ตัวแปร b มีค่าเท่ากับตัวแปร a
และตามด้วยข้อความ Sawassdee สั่งพิมพ์ค่าตัวแปร b จะได้ ThaiiQ Sawassdee

Example 2
$num = 2000;
$c = "Year : $num";
$d = 'Year : $num';
echo "$c<BR>";
echo "$d";
ตัวอย่างที่ 2 กำหนดให้
ตัวแปร num เก็บค่าตัวเลข 2000
ตัวแปร c เก็บข้อความ Year : และนำค่าจากตัวแปร num มาแสดง ภายในเครื่องหมาย "..."
ตัวแปร d เก็บข้อความ Year : และนำค่าจากตัวแปร num มาแสดง ภายในเครื่องหมาย '...'
พิมพ์ค่าตัวแปร c จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ Year : 2000
พิมพ์ค่าตัวแปร d จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ Year : $num

หมายเหตุ :
     ภายในเครื่องหมาย '....' ค่าตัวแปรจะไม่มีความหมาย ถือว่าเป็นข้อความทั้งสิ้น

Example 3
$e = 'ThaiiQ.Com';
$first = $e[0];
$last = $e[strlen($e)-1];
echo "$first<BR>";
echo "$last";
ตัวอย่างที่ 3 กำหนดให้
ตัวแปร e เก็บข้อความ ThaiiQ.Com
ตัวแปร first เก็บค่าตัวแรกของข้อความที่มาจากตัวแปร e ซึ่งมีค่าเท่ากับ T
ตัวแปร last เก็บค่าตัวสุดท้ายของข้อความที่มาจากตัวแปร e ซึ่งมีค่าเท่ากับ m

ตัวอย่างการใช้งาน Arrays
     Arrays คือ การเก็บข้อมูลในลักษณะเป็นชุด โดยแต่ละชุดจะมีสมาชิกของตัวเอง ซึ่งจะเพิ่มความ
สามารถในการทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

     ดังนั้น ตัวแปร 1 ตัว จะเก็บข้อมูลได้หลาย ๆ ข้อมูล หรือ หลายสมาชิกนั้นเอง การกำหนดค่าตัวแปร
นั้น จะอยู่หลังตัวแปรภายในเครื่องหมาย [...] เช่น $a[0] = "abc"; เป็นต้น

อะเรย์ 1 มิติ (Single Dimension Arrays)
$a[0] = "abc";
$a[1] = "def";
$b["foo"] = 13;

อะเรย์หลายมิติ (Multi-Dimensional Arrays)
$a[1] = $f; # อะเรย์แบบ 1 มิติ
$a["foo"] = $f; # อะเรย์แบบ 1 มิติ
$a[1][0] = $f; # อะเรย์แบบ 2 มิติ
$a["foo"][2] = $f; # อะเรย์แบบผสม 2 มิติ
$a[3]["bar"] = $f; # อะเรย์แบบผสม 2 มิติ
$a["foo"][4]["bar"][0] = $f; # อะเรย์แบบผสม 4 มิติ

ตัวอย่างการใช้งาน Objects
     Objects คือ การเขียนชุดคำสั่งที่เรามักจะเรียกใช้งานบ่อย ๆ หรือ ใช้งานในลักษณะพิเศษ
เพื่อความสะดวกในการทำงาน อาจจะอยู่ในรูปของ Class หรือ Function การทำงาน เช่น

class foo {
     function do_foo () {
          echo "Hello Everybody";
     }
}
$bar = new foo;
$bar->do_foo();

ผลลัพธ์ที่ได้คือข้อความว่า Hello Everybody

ตัวอย่างการใช้งาน Type juggling
$foo++; // $foo จะมีค่าเท่ากับ
$foo = 5 + "10 Small"; // $foo มีค่าเท่ากับ 15 ถือว่า ตัวเลขหน้าข้อความเป็นชนิด Integer

ตัวดำเนินการทางด้านคณิตศาสตร์ Arithmetic Operators

การใช้งาน
ชื่อตัวดำเนินการ
ความหมาย
$a + $b
บวก
หาผลรวมระหว่าง $a กับ $b
$a - $b
ลบ
หาผลต่างระหว่าง $a กับ $b
$a * $b
คูณ
หาผลคูณของ $a กับ $b
$a / $b
หาร
หาการหารระหว่าง $a กับ $b
$a % $b
หารหาเศษ
การหารเพื่อหาเอาเศษ ระหว่าง $a กับ $b

ตัวดำเนินการทางด้านการกำหนดค่า Assignment Operators
ตัวอย่างที่ 1
$a = ($b = 4) + 5;
จะเห็นได้ว่า $a จะมีค่าเท่ากับ 9 และ $b จะมีค่าเท่ากับ 4 เนื่องจากจะมีการให้ค่าในวงเล็บก่อน

$a = $b = 8+1;
จะเห็นได้ว่า $a และ $b จะมีค่าเท่ากับ 9 ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจะมีการให้ค่าจากขวามาซ้าย ก็คือ
มีการนำ 8 มาบวกกับ 1 ก่อนนั้นเอง

ตัวอย่างที่ 2
$a=2;
$b=2;
++$a;
$b++;
จากตัวอย่างนี้ $a และ $b จะมีการเพิ่มค่าขึ้นไปทีละ 1 ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ 3 นั่นเอง

ตัวอย่างที่ 3
$a=9;
$b=++$a;
จากตัวอย่างนี้ $b จะมีค่าเท่ากับ 10 ด้วยวิธีการของ Pre-increment ก็คือ มีการเพิ่มค่าก่อน
แล้วค่อยให้ค่ากับตัวแปร แต่ลองดู ต.ย. ต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 4
$a=9;
$b=$a++;
จากตัวอย่างนี้ $b จะมีค่าเท่ากับ 9 ด้วยวิธีการของ Post-increment ก็คือจะมีการให้ค่ากับตัวแปร
ก่อน แล้วค่อยมีการเพิ่มค่านั่นเอง

หมายเหตุ :ถ้าต้องการลดค่าก็เปลี่ยนจาก ++ เป็น --

ตัวดำเนินการทางด้านตรรกศาสตร์ Logical Operators

การใช้งาน
ชื่อตัวดำเนินการ
ความหมาย
$a and $b
และ
เป็นจริง เมื่อ $a และ $b มีค่าเป็น จริง
$a or $b
หรือ
เป็นจริง เมื่อ $a หรือ $b มีค่าเป็น จริง
$a xor $b
หรือ
เป็นจริง เมื่อ $a หรือ $b ตัวใดตัวหนึ่งมีค่าเป็น จริง
! $a
ตรงกันข้าม
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่าเป็น เท็จ
$a && $b
และ
เป็นจริง เมื่อ $a และ $b มีค่าเป็น จริง
$a || $b
หรือ
เป็นจริง เมื่อ $a หรือ $b มีค่าเป็น จริง

ตัวดำเนินการทางด้านการเปรียบเทียบ Comparison Operators

การใช้งาน
ชื่อตัวดำเนินการ
ความหมาย
$a == $b
เท่ากับ
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่าเท่ากับ $b
$a != $b
ไม่เท่ากับ
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่าไม่เท่ากับ $b
$a < $b
น้อยกว่า
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่าน้อยกว่า $b
$a > $b
มากกว่า
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่ามากกว่า $b
$a <= $b
น้อยกว่าหรือเท่ากับ
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ $b
$a >= $b
มากกว่าหรือเท่ากับ
เป็นจริง เมื่อ $a มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ $b

ตัวดำเนินการทางด้านคำสั่ง Execution Operators
     คือ การดึงคำสั่งของ Unix มาใช้งาน ให้กำหนดภายเครื่องหมาย Backticks (``)
ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ต้องการแสดงรายชื่อของไฟล์

$showes = `ls -al`; // เห็นได้ว่า ls -al เป็นคำสั่งของ Unix
echo "<PRE>$showes</PRE>"; // แสดงผลด้วยคำสั่ง echo ที่จะพบกันในบทต่อไป

ตัวดำเนินการทางด้านการเพิ่มลดค่า Incrementing/Decrementing Operators

การใช้งาน
ชื่อตัวดำเนินการ
ความหมาย
++$a Pre-increment เพิ่มค่าทีละ 1 ก่อนแล้วค่อยให้ค่ากับตัวแปร
$a++ Post-increment ให้ค่ากับตัวแปรก่อนแล้วค่อยเพิ่มค่าทีละ 1
--$a Pre-decrement ลดค่าทีละ 1 ก่อนแล้วค่อยให้ค่ากับตัวแปร
$a-- Post-decrement ให้ค่ากับตัวแปรก่อนแล้วค่อยลดค่าทีละ 1

ตัวดำเนินการทางด้านตัวอักษร String Operators
ตัวอย่างที่ 1
$a = "Hello ";
$b = $a . "World!";

ตัวอย่างที่ 2
$a = "Hello ";
$a .= "World!";





  © 2000, Integrated World Tech Co.,Ltd , All Rights Reserved. Thairegister is a service mark of In and Intergrated World Tech Co.,Ltd. Additional copyright and trademark information.